Home

A r c h i t e c t ' s __ A n s w e r s =^-^=* (winyou webpage)
ส ถ า ป นิ ก ต อ บ ปั ญ ห า =^-^=

update 6 January, 2010 23:44

“การนำโปรแกรม แคด มาใช้ในบริษัทสถาปนิก”

“การนำโปรแกรม แคด มาใช้ในบริษัทสถาปนิก”

บทความเชิงวิชาการโดย นาย วิญญู วานิชศิริโรจน์
ตีพิมพ์ในวารสารอาษา ฉบับที่ 05:41พฤษภาคม 2541


บทนำ
บริษัทสถาปนิกในประเทศไทยเริ่มนำโปรแกรมที่ช่วยในการออกแบบและเขียนแบบ หรือ แคด (CADD= Computer Aid Design & Drafting System) มาใช้ในราว 10 กว่าปีมานี้เอง โปรแกรม แคดที่แพร่หลายที่สุดตั้งแต่อดีตจนกระทั่งทุกวันนี้คือ โปรแกรม AutoCAD ของบริษัท AutoDesk ซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้รับความนิยมมากจนกระทั่งทำให้สถาปนิกไทยหลายท่านเข้าใจผิด คิดว่าระบบเขียนแบบและออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ทำได้ด้วยโปรแกรมชนิดนี้เท่านั้น และบางท่านถึงกับใช้คำว่า AutoCAD เรียกแทนระบบ แคด เลยทีเดียว เหมือนเราเรียกผงซักฟอกว่า แฟ้บ อย่างไรอย่างนั้น

ในความเป็นจริงแล้วโปรแกรมระบบแคดในโลกนี้มีเป็นร้อยๆโปรแกรม โดยดูได้จากเวบไซต์ www.architecturalcadd.com ที่ทำหน้าที่จัดอันดับโปรแกรมด้านแคด จะเห็นว่ามีโปรแกรมเกี่ยวกับระบบแคดอยู่มากมาย เช่น โปรแกรมแคด ที่สถาบันนี้แนะนำให้ บริษัทสถาปนิกขนาดเล็กใช้ มีมากถึง 19 โปรแกรม โดย AutoCAD r14 ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 17 และ AutoCAD r13 อยู่อันดับที่ 19 (ดูรูปที่ 1) และถ้าดูข้อมูลในส่วนอื่นๆจะพบว่ายังมีโปรแกรมแคดที่เราไม่เคยได้ยินหรือรู้จักอีกมากมาย

รูปที่ 1 แสดงข้อมูลเกี่ยวกับเวบไซต์ ที่จัดอันดับโปรแกรมแคดในการใช้งานประเภทต่างๆ ในรูปนี้คือ รายชื่อโปรแกรมแคดที่เหมาะกับบริษัทสถาปนิกขนาดเล็ก

ความสำคัญของระบบแคดต่อบริษัทสถาปนิก

เชื่อว่ายังมีบริษัทสถาปนิกอีกหลายแห่งปฏิเสธที่จะนำระบบแคดมาใช้งาน เหตุผลหลักอาจมาจากสถาปนิกเหล่านั้นกลัวว่าคอมพิวเตอร์จะจำกัดจินตนาการของตน หรือบางท่านไม่เชื่อว่าระบบแคดจะสามารถมาช่วยการทำงานของสถาปนิกได้

แต่ในที่สุดแล้วพวกเราคงหนีไม่พ้นที่จะต้องนำแคดมาใช้งาน เพราะกระแสความต้องการข้อมูลในรูปแบบของคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับแบบพิมพ์เขียว มีมากขึ้นทุกทีๆ ไม่ว่าจะมาจากความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ๆ รวมทั้งบริษัทที่ทำงานร่วมกับเรา เช่น บริษัท วิศวกรโครงสร้าง , วิศวกรงานระบบ และ ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ปัญหาสุดท้ายคือ เราควรจะนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เมื่อไร เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสมัครใจเข้าสู่การทำงานในโลกดิจิตอลเอง หรือ รอให้มันมาเคาะประตูบ้านของเรา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นอาจสายเกินไปแล้วก็ได้

การเลือกชนิดของโปรแกรม แคด

เราสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมแคดได้ที่เวบไซต์ ชื่อ www.architecturalcadd.com ซึ่งมีการจัดอันดับโปรแกรมแคด สำหรับงานเขียนแบบสองมิติ หรือทำงานแบบสามมิติ ที่เหมาะสมกับองค์กรประเภทต่างๆเช่น บริษัทสถาปนิก บริษัทวิศวกร, บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น (ดูรูปที่ 2)

รูปที่ 2 แสดงเวบไซต์เกี่ยวกับการจัดอันดับซอฟแวร์แคดที่เหมาะสมกับองค์กรชนิดต่างๆ

ข้อมูลที่แสดงในเวบไซค์นี้มีค่อนข้างมากและเหมาะกับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโปรแกรมแคดพอสมควร ดังนั้นเพื่อให้ง่ายและช่วยในการตัดสินใจเลือกระบบแคดที่เหมาะสมกับองค์กร จะขออนุญาตนำเสนอข้อมูลสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากบทความเรื่อง “Getting Your Feet Wet in CAD” เขียนโดย B.J. Novitsk ซึ่งมีการสรุปชนิดของโปรแกรมที่ควรใช้ในบริษัทสถาปนิกตามชนิดของการใช้งานโดยมีรายละเอียดดังนี้

งานเขียนแบบสองมิติ

โปรแกรมแคดที่ดีต้องมีการใช้งานแบบ กราฟฟิก และใช้งานบนระบบวินโดว์ ซอฟต์แวร์ที่แนะนำมี 5 ตัวคือ

  • ChiefArchitect
  • Imagineer Technical
  • MicroStation PowerDraft
  • Vdraft
  • Visio Technical

ตัวที่คุ้นกันในบ้านเราน่าจะได้แก่ Visio Technical ซึ่งปัจจุบันมีถึง รุ่น 4.5 (ดูรูปที่ 3)

รูปที่ 3 หน้าจอของโปรแกรม Vision Technical version 4.5 มีการใช้งานผ่านเมนู, ไอคอน ตามรูปแบบของโปรแกรม ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์

อีกตัวหนึ่งที่เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยคือ MicroStation (ดูรายละเอียดของโปรแกรมนี้ในบทความของ วรเมศร์ เบญจวรรณ เรื่อง MicroStation 95 ตอนที่1 นิตยสาร Byte ฉบับเดือน มกราคม 2541 หน้า 107-110)

งานสร้างภาพ 3 มิติ

แม้ว่าในปัจจุบันการทำงานระหว่างการเขียนแบบ 2 มิติ และขึ้นรูปทรง 3 มิติ จะต้องแยกกันทำงานคนละครั้ง แต่ในอนาคตคาดว่างานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จะเริ่มงานที่การทำรูปจำลอง 3 มิติในคอมพิวเตอร์ โดยแบบก่อสร้าง 2 มิติ จะกลายเป็นผลพลอยได้ที่มาจากการสร้างงาน 3 มิติ นั่นเอง

ซอฟต์แวร์ที่บทความนี้แนะนำมี 4 ตัว คือ

  • 3D Studio
  • DataCAD
  • Formง Z
  • ArchiCAD

โปรแกรมที่ถือว่าฮิตที่สุดในประเทศไทยคงไม่พ้น 3D Studio ของ AutoDesk ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโปรแกรม AutoCAD นั่นเอง ปัจจุบัน 3D Studio พัฒนาเป็นรุ่นที่ชื่อว่า 3D StudioMax เวอร์ชันปัจจุบันคือ 2 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 95, NT4.0 (ดูรูปที่ 4) 3D Studio ของเดิมทำงานบน DOS และมี เวอร์ชันล่าสุดก่อนเปลี่ยนเป็น MAX คือเวอร์ชัน 4.0


รูปที่ 4 แสดงหน้าจอการทำงานของ 3D Studio Max R2 ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายตั้งแต่ทำโมเดล 3 มิติ และ ภาพเคลื่อนไหว

ส่วนโปรแกรม ArchiCAD เคยเข้ามาขายในเมืองไทยราว 3-4 ปีที่แล้ว แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก ปัจจุบันไม่มีข่าวคราวมากนักเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ตัวนี้ เท่าที่ทราบสถาปนิกฝั่งยุโรปโดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสจะใช้โปรแกรมตัวนี้ค่อนข้างมาก

ซอฟต์แวร์ที่ทำงาน แคด ได้ทุกประเภท

โปรแกรมพวกนี้จะใช้งานได้หลากหลายเหมาะกับโครงการขนาดใหญ่ที่ทำงานทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ ซอฟต์แวร์ที่แนะนำมี 4 ตัวคือ

  • AutoCAD
  • AllPlan
  • Architectix
  • MicroStation

แน่นอนว่าโปรแกรมตัวที่พวกเราคุ้นเคยที่สุดน่าจะเป็น AutoCAD ปัจจุบันมีการพัฒนาถึง release 14 ทำงานบน Windows 95, NT (ดูรูปที่ 5) แต่ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในประเทศไทยกลับเป็น release 12 ที่ทำงานบน DOS ทั้งนี้เพราะรุ่นที่ 12 นี้ใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์น้อย และผู้ใช้งานคนไทยคุ้นเคยกับคำสั่งในการใช้งานที่สุด


รูปที่ 5 หน้าจอของโปรแกรม AutoCAD R.14 ซึ่งผู้พัฒนาอ้างว่าเป็นระบบแคดที่ทำงานได้ครบถ้วนที่สุดรวมทั้ง สามารถดึงความสามารถของระบบปฏิบัติการ 32 บิต มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หมายเหตุ โปรแกรมแคดที่แนะนำไว้ทั้งหมดนี้เป็นซอฟต์แวร์เฉพาะที่ทำงานอยู่บนระบบปฎิบัติการของคอมพิวเตอร์พีซีเท่านั้น ไม่รวมโปรแกรมที่ทำงานบนระบบ Unix, Macintosh หรือ OS2

การเตรียมองค์กรให้พร้อมกับระบบแคด

นอกจากข้อมูลในการตัดสินเลือกใช้ซอฟต์แวร์แล้ว ก่อนที่จะนำระบบแคดมาใช้ในองค์กร เราจำเป็นจะต้องปรับปรุงตัวเราเองเสียก่อนให้เหมาะสมกับระบบคอมพิวเตอร์ที่จะนำมาใช้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ปรับปรุงการทำงานให้เป็นระบบ
  2. ต้องมีการปรับปรุงการทำงานทั้งหมดให้เป็นขั้นตอนและมีระบบอย่างชัดเจน ทั้งนี้มีคำกล่าวว่าระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งที่มาเปลี่ยนการทำงานให้เป็นระบบ แต่สิ่งที่คอมพิวเตอร์ทำคือขยายวิถีการทำงานของบริษัทนั้นๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    หมายความว่าถ้าองค์กรของเราทำงานอย่างมีระบบ คอมพิวเตอร์ที่นำเข้ามาใช้งานจะส่งเสริมระบบที่วางไว้ให้แข็งแกร่งและชัดเจนยิ่งขึ้นส่งผลให้ ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มสูงขึ้น

    ในทางกลับกัน สำหรับองค์กรที่ขาดระบบและมีวิธีการทำงานที่ยุ่งเหยิง ระบบคอมพิวเตอร์ที่นำเข้ามาใช้จะขยายความยุ่งเหยิงนั้นให้เกิดมากขึ้นและชัดเจนยิ่งขึ้น

  3. กำหนดมาตรฐานการทำงาน
  4. ยิ่งเรามีมาตรฐานการทำงานดีเท่าไรก็จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากคุณสมบัติสำคัญที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากของคอมพิวเตอร์คือ ความสามารถในการนำข้อมูลเดิมกลับมาใช้ใหม่โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การทำสำเนาข้อมูลในโลกของคอมพิวเตอร์จะได้สำเนาข้อมูลเหมือนต้นฉบับทุกประการ โดยไม่มีการสึกหรอหรือตกหล่น

    การมีมาตรฐานที่ดีจะช่วยให้มีการนำข้อมูลกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งจะลดเวลาการทำงานและเพิ่มความมีเสถียรภาพของงาน ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานโดยรวม

  5. อย่างสร้างระบบโดยดูแต่ใบโฆษณา
  6. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา หรือ ตัวอย่างทดลอง (demo) ที่ผู้ขายระบบนำมาแสดงให้ดู เพราะการนำเสนอเหล่านั้นมีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นปีๆ โดยผู้ขายจะควบคุมข้อจำกัดต่างๆไม่แสดงออกมาทั้งหมด เพื่อทำให้ระบบที่เสนอขายดูดีที่สุด

    ดังนั้นวิธีที่ควรทำคือ ศึกษาและดูงานจากระบบที่มีการติดตั้งและใช้งานจริงในองค์กรต่างๆจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

  7. จัดซื้อ ฮาร์ดแวร์
  8. ให้ซื้ออุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงสุดเท่าที่มีอยู่ในตลาดในงบประมาณที่สามารถจัดหาได้ เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้มักจะตกรุ่นทันทีที่นำออกขาย การทำงานบนระบบแคดนั้น ต้องการคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีมากกว่าเครื่องที่นำมาใช้ทำงานด้านเอกสารหลายเท่าตัว ดังนั้นยิ่งมีเครื่องที่ดีเท่าใดย่อมทำให้สามารถผลิตงานได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น
  9. จัดซื้อซอฟต์แวร์
  10. ควรกำหนดให้มีชนิดของซอฟต์แวร์น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดภาระด้านการบริหารและจัดการซอฟต์แวร์ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักมองไม่เห็น แต่ถ้าคำนวณเวลาที่ใช้ไปจะมีสัดส่วนที่มากจนน่าตกใจทีเดียว
  11. นำองค์กรเข้าสู่โลกแห่งแคด
  12. มีสองแนวทางในการปรับเปลี่ยนองค์กรจากการทำงานระบบเดิมไปสู่การทำงานแบบคอมพิวเตอร์ คือ แบบค่อยเป็นค่อยไป หรือ แบบทันทีทันใด วิธีแรกจะใช้งบประมาณน้อยกว่าวิธีที่สอง เพราะการเปลี่ยนแบบทันทีทันใดย่อมหมายความว่าเราต้องสูญเสียบุคลากรส่วนหนึ่งไปทำหน้าที่ด้านคอมพิวเตอร์โดยตรงและไม่สามารถทำงานประจำของตนในระยะเวลาหนึ่งซึ่ง อาจกินเวลาตั้งแต่ 1 ปี ถึงหลายปี ทีเดียว
  13. ฝึกอบรม, ฝึกอบรม และ ฝึกอบรม หัวใจสำคัญที่สุดในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ คือ บุคลากรที่มีความสามารถ ถ้าเราไม่มีคนที่มีความสามารถในการทำงานกับระบบที่เราสร้างขึ้น คอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาก็เหมือนกับที่ทับกระดาษอันใหญ่ หรือ เฟอร์นิเจอร์ประดับบารมีของคนบางคนเท่านั้น การฝึกอบรมต้องทำอย่างต่อเนื่อง และตลอดเวลา รวมทั้งควรมีการประเมินผลและทดสอบเป็นระยะๆ ด้วย

บทสรุป

แม้ว่าเราจะมีข้อมูลว่าระบบแคดใดเหมาะสมกับองค์กรของเราที่สุด และควรจะพัฒนาระบบแคดในองค์กรของเราอย่างไรแล้ว สิ่งที่พูดถึงทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นเพียงปัจจัยภายในเท่านั้น สิ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึงคือ ปัจจัยภายนอกซึ่งได้แก่

  • การบริการหลังการขายของระบบแคดที่เราเลือกใช้ เช่น เราพบว่าเราควรใช้ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งแต่ปรากฏว่าโปรแกรมนี้ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ข้อจำกัดนี้ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นอย่างมาก
  • ถ้าเราเลือกใช้ระบบแคดแบบหนึ่งซึ่งบริษัทอื่นๆที่ทำงานร่วมกับเราไม่ได้ใช้ระบบเดียวกัน อาจส่งผลให้ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ เนื่องจากรูปแบบของข้อมูลเป็นคนละแบบกัน
  • ระบบแคดที่เราเลือกใช้อาจขาดแคลนบุคลากรที่ชำนาญในการใช้งาน รวมทั้งขาดคู่มือที่เป็นภาษาไทยที่จะนำมาศึกษา ทำให้การพัฒนาบุคลากรทำได้ยาก

จากเหตุผลเหล่านี้อาจตอบคำถามว่า ทำไมพวกเรายังคงต้องเลือกใช้ระบบแคดที่ฮิตในตลาดแทนที่จะเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมกับองค์กรของเราที่สุดนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง

  • ข้อมูลซอฟต์แวร์แคทในอินเตอร์เน็ต

รายชื่อซอฟต์แวร์/ข้อมูล

บริษัทผู้ผลิต

เวบไซต์

AllPlan Nemetshek Systems, Inc. www.nemetschek.com
ArchiCAD Graphisoft U.S., Inc. www.graphisoft.com
Auto-Architect Softdesk (AutoDesk, Inc.) www.softdesk.com
AutoCAD, AutoCAD LT , 3D Studio Auto desk, Inc. www.autodesk.com
ChiefArchitect Advanced Relational Technology, Inc. www.chiefarch.com
DataCAD DataCAD LLC www.datacad.com
DesignWorkshop Artifice, Inc. www.artifice.com
formง Z auto:des:sys, Inc. www.formz.com
Imagineer Technical Intergraph Corporation www.intergraph.com
MicroStation PowerDraft MicroStation Architectix Bentley Systems, Inc. www.bentley.com
Vdraft Softsource www.vdraft.com
Visio Technical Visio Corporation www.visio.com
หน่วยงานจัดอันดับโปรแกรม CADD ? www.architecturalcadd.com
  • Novitski, B. J. Getting Your Feet Wet in CAD Architectural Record 07/1997
  • วรเมศร์ เบญจวรรณ MicroStation 95 ตอนที่ 1 นิตยสาร Byte ฉบับเดือน มกราคม 2541

ข้อมูลและรูปภาพภายในเว็บไซค์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำเท่านั้นห้ามผู้ใดทำสำเนาหรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
This page Start on 9 / 9 /1999
Copyright  @ 1999 winyou All rights reserved.

Vehicle Shipping Quote
Home