A r c h i t e c t ' s __ A n s w e r s =^-^= (winyou webpage)
ส ถ า ป นิ ก ต อ บ ปั ญ ห า =^-^=

 

“ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษใหม่ด้วยการค้าเสรี”

บทความเชิงวิชาการโดย นาย วิญญู วานิชศิริโรจน์
27 เมษายน 2541


ความนำ

สภาพเศรษฐกิจ ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ในขณะนี้ ถือว่าเลวร้ายที่สุด ในประวัติศาสตร์ ของ ประเทศไทย วิกฤติการ ครั้งนี้ ส่งผล ให้เกิด ความเสียหาย ไปสู่ทุกส่วน ของสังคม สภาพที่ย่ำแย่นี้ ดูเหมือนว่าไม่มีทางออก และ ไม่มีโอกาส ที่เราจะ สามารถ ฟื้นตัวขึ้นมาได้อีก แต่ ก่อนที่ จะหมดกำลังใจ เราควร มาร่วมมือ ร่วมใจกัน หาวิธี ฝ่าอุปสรรค ในครั้งนี้กันดีกว่า แนวทางหนึ่ง ที่น่าจะ เป็นวิธีการ ที่จะช่วยกู้วิกฤติ เศรษฐกิจไทย ได้ในระยะยาว คือ ระบบการค้าเสรี โดยเราจะมาหาคำตอบกันว่า ทำไม ระบบการค้าเสรี จึงสามารถกู้ วิกฤติเศรษฐกิจ ของประเทศไทยได้?

อีกเรื่องที่จะนำเสนอ ณ.ที่นี้ คือ ระบบการค้า แบบพหุภาคี หรือแกตต์ จะมาช่วยส่งเสริมให้เกิดการค้าเสรี ได้อย่าไร รวมทั้ง เราได้ประโยชน์ อะไรบ้าง จาการเข้าร่วมระบบการค้านี้ และ ท้ายสุดที่จะนำเสนอคือ คนไทย ควรปรับตัว อย่างไร ในสภาพการค้าเสรี ที่จะเกิดขึ้น

ทำไมต้องเป็นระบบการค้าเสรี

เมื่อพูดถึง การค้าเสรี แล้วพวกเรา คงจะนึกถึง การดำเนินธุรกิจ ที่เป็นธรรม โปร่งใส ที่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใด สามารถ ควบคุม ราคา และ ปริมาณ การผลิต ของสินค้า และ บริการได้ โดยทุกอย่าง เป็นไปตาม กลไกของ ตลาด หรือ พูดอีกนัยหนึ่ง ก็ได้ว่า ระบบการค้าเสรี เป็นสิ่ง ตรงข้าม กับ ระบบการค้าผูกขาด นั่นเอง

เนื่องจาก การทำการค้า ในปัจจุบันเป็น ลักษณะโลกานุวัตร ดังนั้น ขอบเขตของ การค้าเสรี ที่จะกล่าวถึงในที่นี้ จะ เป็น ระบบการค้า ที่เกิด จากการทำธุรกิจ ภายในประเทศ และ การค้าขาย ระหว่างประเทศทั่วโลก จาก หัวเรื่องที่กล่าวไว้แล้ว ว่า เราจะมาค้นหาคำตอบ สำหรับ คำถาม ที่ว่า เราจะฝ่าวิกฤติ เศรษฐกิจ ของ ไทย ในทศวรรษใหม่ ด้วย ระบบการค้าเสรี ได้อย่าไร? เหตุผล และ คำตอบ ของ คำถาม นี้ มีดังนี้

ในอดีตที่ผ่านมา ถ้าเราดูการดำเนินการด้านการค้าหรือธุรกิจอะไรก็ตามในระบบผูกขาด ไม่ว่าการผูกขาดนั้นจะเกิดจาก การควบคุม ของ รัฐบาล, การให้สัมปทาน, กิจการที่รัฐ เข้ามาดำเนิน การเจ้าเดียวแบบไม่มีคู่แข่ง หรือ ธุรกิจ ที่ได้รับการปกป้อง โดยการใช้ภาษี และ มาตรการทางการค้าต่างๆ จะพบว่าการดำเนินการขององค์กรเหล่านั้น มักขาดประสิทธิภาพในการผลิตและการบริการเป็นอย่างมาก และ ในระยะต่อมาองค์กรนั้นๆจะหมดความสามารถในการแข่งขันในตลาดในที่สุด เนื่องจาก ไม่มีคู่แข่ง มาเปรียบเทียบ และ กระตุ้นให้เกิด การพัฒนาคุณภาพขององค์กรนั่นเองในระยะยาว ผู้บริโภคจะพยายามหาสินค้าอื่นมาทดแทน หรืออาจเกิดสินค้าในตลาดมืดและของเถื่อนขึ้นเพื่อสร้างทางเลือกแก่ผู้บริโภค ซึ่งถ้าประชาชนไม่สามารถหาสินค้าอย่างอื่นมาทดแทนได้ ก็ต้องทนใช้สินค้านั้นไปแต่มักจะลดการใช้สินค้านั้นในปริมาณเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตลาดของธุรกิจเหล่านั้นจึงมักจะขยายตัวช้าหรือไม่มีการขยายตัวเลย และในที่สุดวงการนั้นๆมักจะมีปัญหาจากการถูกต่อต้านจากมวลชนกรณีตัวอย่างของความล้มเหลวในความพยายามปกป้องทางการค้าเพื่อสร้างระบบการค้าแบบผูกขาดในประเทศจากสินค้าต่างประเทศ และเป็นตัวอย่างการปกป้องทางการค้าที่ถือว่าเจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทยก็คือ มาตราการปกป้องธุรกิจภาพยนตร์ไทยรัฐบาลไทยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมีนโยบายส่งเสริมอุตสากรรมผลิตภาพยนตร์ภายในประเทศ โดยใช้วิธีออกมาตราการกีดกันทางการค้า ด้วยวิธีขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าฟิลม์ภาพยนตร์จากต่างประเทศเป็นจำนวนหลายสิบเท่าจากเดิม รัฐบาลหวังว่าวิธีการนี้จะทำหนังไทยสามารถพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น เพราะมีหนังต่างประเทศเข้ามาตีตลาดในบ้านเราน้อยลง และให้มีผลทางอ้อมคือบังคับให้คนไทยต้องดูหนังไทย ในระยะแรกทุกอย่างเป็นไปตามคาด หนังต่างประเทศที่เข้ามาฉายในบ้านเรามีจำนวนลดลงมาก มีการสร้างและฉายหนังไทยมากขึ้น แต่ปรากฏว่าหนังไทยมีการพัฒนาในเรื่องคุณภาพและการสร้างสรรแนวทางใหม่ๆน้อยมาก ทั้งนี้เพราะคนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมสร้างหนังหลายคนหลงระเริงกับโอกาสอันนี้ และคิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นเนื่องจากไม่มีคู่แข่งจากหนังต่างประเทศ และคิดว่าไงๆคนไทยก็ไม่มีทางเลือก จะสร้างอะไรออกมาก็ต้องดูอย่างนั้นผลข้างเคียงของมาตราการนี้ได้ไปสร้างความเจริญเติบให้กับอีกธุรกิจหนึ่งคือ ธุรกิจวีดีโอหนังต่างประเทศทั้งมีลิขสิทธิ์และไม่มีลิขสิทธิ์ สินค้านี้กลายเป็นสิ่งทดแทนสำหรับคนไทยที่ไม่ต้องการดูหนังไทยที่ไร้คุณภาพและขาดความหลากหลายในขณะนั้นได้เป็นอย่างดีและเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งบริษัทจัดจำหน่ายหนังต่างประเทศต่างๆเริ่มยอมรับอัตราภาษีที่กำหนดไว้ จึงส่งหนังต่างประเทศเข้ามาฉายในประเทศไทยใหม่ หนังไทยที่ไม่มีการพัฒนาและขาดความหลากหลาย เพราะอยู่ใต้ร่มเงาการค้าแบบผูกขาดและไร้คู่แข่งมานาน ต้องพบศึกหนักกับคู่แข่งที่เก่งกาจในทันทีทันใด ผลที่เกิดขึ้นก็เป็นอย่างที่เราทราบกันในปัจจุบัน คือมีการสร้างหนังไทยนับเรื่องได้ในแต่ละปี บริษัทสร้างภาพยนตร์หนังไทยหลายแห่งต้องปิดตัวลงไปเพราะขาดศักยภาพในการแข่งขัน หนังไทยที่ทำเงินได้มีเพียงไม่กี่เรื่องเฉพาะที่มีความแปลกใหม่และมีคุณภาพจริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เราควรแสดงความสงสารหรือสมน้ำหน้าดี ลองมาดูตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก็แล้วกันเมื่อเราหันมาดูธุรกิจบันเทิงอีกแขนงหนึ่ง คือวงการเพลง การดำเนินธุรกิจของวงการนี้คล้ายๆการวงการสร้างภาพยนตร์ แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือธุรกิจนี้อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันมาโดยตลอด คู่แข่งขันสำหรับเพลงไทยมาจากทั่วโลกทั้งเพลงฝรั่ง เพลงจีน โดย ไม่เคย ได้รับการปกป้อง และ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ จากการออกมาตราการใดๆ ของรัฐเลย ธุรกิจด้านนี้ จึงมีการพัฒนามาเป็นลำดับ ทำให้การดำเนินงาน ขององค์กร ในวงการนี้มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในด้านการผลิต การตลาด และ การประชาสัมพันธ์ เพลงที่ผลิตขึ้นมา มีความหลากหลาย และ สามารถตอบสนอง ลูกค้า เกือบทุกกลุ่ม ในตลาด แม้แต่ ลูกค้าที่นิยมฟังเพลงสากล ก็เริ่มหันมาฟังเพลงไทย บ้าง และ เริ่มมีการส่งผลงานเพลงไทย ออกไปขายต่างประเทศอีกด้วย ถือว่า วงการนี้ ประสพความสำเร็จค่อนข้างมาก แม้แต่ในยุคที่เศรษฐกิจ ซบเซายังคงยืนหยัดอยู่ได้ และ ไปได้ดี กว่าวงการอื่นหลายๆ วงการ จากตัวอย่าง ที่ยกมานี้ คงพอที่จะทำให้เห็นภาพ แล้วว่า องค์กร ที่อยู่ในตลาด ที่มีการแข่งขัน ตลอดเวลานั้น จะมีความเข้มแข็ง และ มีศักยภาพในการเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อม ส่วนองค์กรธุรกิจในตลาดผูกขาดมักจะอ่อนแอ และ เมื่อต้องเผชิญกับการต่อสู้ทางการค้าในสภาพการแข่งขันเสรีย่อมล้มหายตายจากไป มีผู้กล่าวว่า ผู้ที่ต้องการระบบการค้าผูกขาด คือผู้ที่สามารถผูกขาดไว้แล้วนั่นเอง และ ผู้ที่จะต้องเจ็บปวดจากการผูกขาดมากที่สุดก็คือ ผู้ที่ทำการผูกขาด นั้นเอง

ไทยได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าร่วมระบบการค้าพหุภาคี

ถ้าพูดถึงระบบการค้าแบบพหุภาคีเชื่อว่าหลายคนคงไม่คุ้นกับคำคำนี้ แต่ถ้าเรียกใหม่ว่าแกตต์หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำนี้มาบ้าง แกตต์มาจากคำว่า GATT หรือคำเต็มว่า General Agreement on Tariff and Trade สิ่งนี้มีอิทธิพลอย่างมากในการก่อให้เกิดการค้าเสรีทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าประเทศหนึ่งที่ได้รับผลด้วยก็คือประเทศไทยนั่นเอง แนวความคิดของแกตต์ที่ต้องการสร้างระบบการค้าแบบเสรีทั่วโลกนั้น ตั้งความหวังไว้ว่าด้วยการค้าแบบเสรีจะทำให้โลกมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างไม่หยุดยั้ง ลดความได้เปรียบทางการค้า และทำให้ประชากรของโลกมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นนั่นเองจากข้อตกลงต่างๆที่พัฒนามาจากแกตต์ ทำให้ประเทศไทยต้องเปิดเสรีหลายธุรกิจ บางส่วนถือว่าเสียประโยชน์บางส่วนได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในฐานะที่ประเทศของเรายังเป็นประเทศกำลังพัฒนานั้นจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากข้อตกลงต่างๆของแกตต์ เช่นการยกเว้นให้สามารถรับสิทธิพิเศษทางภาษีได้ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วไม่มีสิทธิในข้อนี้ เราได้ประโยชน์เป็นอย่างมากในการส่งออกสินค้าเกษตรและสิ่งทอ การป้องกันการทุ่มตลาด เป็นต้น ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่โดยสรุปแล้วเราได้ประโยชน์มากกว่าเสีย ในการเข้าร่วมกับแกตต์

คนไทยควรทำตัวอย่างไรในระบบการค้าเสรี

สิ่งแรกคือต้องยอมรับในระบบการค้าเสรีว่าระบบการค้าแบบนี้จะส่งเสริมธุรกิจในระยะยาว ไม่กลัวการแข่งขันและคู่แข่งขัน เลิกทำตัวเป็นลูกแง่ที่คอยเรียกร้องให้รัฐออกมาตราปกป้องการค้าเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ตนเองในระยะสั้น ทำงานแบบมืออาชีพที่ทุ่มเทให้กับการทำงานแบบเต็มร้อย ตั้งเป้าหมายที่จะมีมาตรฐานการผลิต, บริการ, การทำงาน และพัฒนาองค์กรให้สูงในระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับบริษัททั่วโลก ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาการทำธุรกิจในระดับโลกให้ได้เพื่อสร้างภาพพจน์ว่าของที่ผลิตในประเทศไทยเป็นของดีไม่แพ้ใครในโลก ถ้าคนไทยสามารถดำเนินได้เช่นนี้เชื่อว่าในระยะยาวเราต้องเป็นที่หนึ่งไม่รองใครและสามารถยืนผงาดในเวทีการค้าโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอน

บทสรุป

ขอสรุปการนำเสนอครั้งนี้ด้วยบทกลอนนี้

เลิกเสียเถอะค้าขาย แบบผูกขาด
ให้เป็นทาสการค้า ไม่จบสิ้น
ให้รัฐอุ้มให้ตาย ต้องอดกิน
ที่สุดสิ้นหมดคนซื้อ ต้องลำบาก
ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว ไม่ได้ผล
แม้เริ่มต้นตอนนี้ ยังไม่สาย
มาแข่งขันกันเถอะ ไม่กลับกลาย
ไม่ล้มละลายแม้มี คู่แข่งมาก
แกตต์นั้นทำหน้าที่ ให้คุมเข้ม
ทุกคนเต็มใจเดินตาม ไม่ผูกขาด
ไม่กีดกันการค้า ไม่ทุ่มตลาด
ไทยได้มากที่เข้าร่วม สัญญานี้
ในสภาวะนี้ เราต้องช่วย
กลับมารวยรวมทั้ง ได้ศักดิ์ศรี
เข้าแข่งขันพัฒนา ทำให้ดี
เกิดอีกทีไทยยิ่งใหญ่ ไม่อายใคร

 


ข้อมูลและรูปภาพภายในเว็บไซค์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำเท่านั้นห้ามผู้ใดทำสำเนาหรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
This page Start on 9 / 9 /1999

Copyright  @ 1999 winyou All rights reserved.